แนะนำ
เลือกรถเฮี๊ยบ 3 ตัน หรือ 5 ตัน? ดูจากน้ำหนัก ระยะยก และหน้างาน
รถใหญ่เกินไปก็จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น รถเล็กเกินไปก็ยกไม่ได้หรือเสี่ยงอันตราย การเลือกขนาดรถเฮี๊ยบให้พอดีจึงสำคัญพอๆ กับการเลือกผู้ให้บริการ ลองดู 3 เรื่องนี้ก่อนจองรถ
1. ของที่จะยกหนักเท่าไหร่
เริ่มจากน้ำหนักของที่จะยกก่อน ถ้าของเบาและเป็นงานยกย้ายทั่วไป รถเฮี๊ยบ 6 ล้อ 3 ตัน มักพอและคุ้มกว่า แต่ถ้าเป็นของหนัก เช่น เครื่องจักร โครงเหล็กชิ้นใหญ่ หรือของที่หนักเกิน 2.5 ตัน ควรใช้ รถเฮี๊ยบ 5 ตัน เผื่อไว้เพื่อความปลอดภัย
ถ้าไม่รู้น้ำหนักแน่นอน ดูจากป้ายบนตัวเครื่อง เอกสารสินค้า หรือแจ้งขนาดและวัสดุให้ทีมงานช่วยประมาณ
2. ต้องยื่นแขนเครนไกลแค่ไหน
เครนยกได้มากที่สุดตอนของอยู่ใกล้ตัวรถ ยิ่งยื่นแขนออกไปไกล น้ำหนักที่ยกได้ก็ยิ่งลดลง ของชิ้นเดียวกันที่รถ 3 ตันยกได้สบายเมื่ออยู่ข้างรถ อาจต้องใช้รถ 5 ตันเมื่อต้องวางไกลออกไป หรือวางบนชั้นสอง
- รถ 3 ตัน แขนเครนยาว 10–12 เมตร
- รถ 5 ตัน แขนเครนยาว 12–15 เมตร
วัดระยะจากจุดที่รถจอดได้ ไปถึงจุดที่จะวางของ และความสูงที่ต้องยกขึ้น แล้วแจ้งทีมงาน จะช่วยเลือกรถได้ตรงที่สุด
3. พื้นที่จอดและทางเข้า
รถเฮี๊ยบต้องกางขาช้าง (Outrigger) ออกด้านข้างเพื่อให้รถนิ่งตอนยก ต้องมีพื้นที่ข้างรถพอสมควร และพื้นต้องแข็งพอรับน้ำหนัก
- ซอยแคบหรือพื้นที่จำกัด: รถ 3 ตันตัวกะทัดรัดกว่า เข้าได้ง่ายกว่า
- หน้างานกว้าง งานก่อสร้าง โรงงาน: รถ 5 ตันทำงานได้เต็มกำลัง
- พื้นดินอ่อนหรือทราย: แจ้งล่วงหน้า เพื่อเตรียมแผ่นรองขาเครน
ตัวอย่างงานที่มักใช้แต่ละขนาด
- รถ 3 ตัน: ติดตั้งป้าย ติดตั้งกระจก ยกของในซอยหรือหน้าบ้าน
- รถ 5 ตัน: ยกเครื่องจักร ยกตู้คอนเทนเนอร์ ยกโครงหลังคา งานก่อสร้าง
นี่เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น งานจริงขึ้นกับน้ำหนักและระยะของแต่ละหน้างาน
ไม่แน่ใจ ให้ทีมงานช่วยเลือก
ถ่ายรูปของที่จะยก จุดจอดรถ และจุดที่จะวางของ ส่งมาทาง LINE ทีมงานที่ทำงานรถเฮี๊ยบมากว่า 20 ปีจะแนะนำขนาดรถที่พอดีและประเมินราคาให้ฟรี
ต้องการเช่ารถเฮี๊ยบ?
ส่งรูปหน้างานมาทาง LINE ประเมินราคาฟรี